<
X

 

ตะลุย 5,000 ไมล์ 3 ประเทศ กับ 3 ผู้บริหารสาวจาก Up Sure Asset Co.,Ltd. & Love Of Lifes


 เรียกได้ว่าเป็นทริปสุดประทับกับการเดินทางกว่า 5,000 ไมล์ ใน 3 ประเทศ ของ 3 ผู้บริหารสาวจาก Up Sure Asset Co.,Ltd. & Love Of Lifes เลยทีเดียว สำหรับ คุณนัทธมนต์ รวีพิมพ์กุล ประธานกรรมการ, คุณธีรยา สีหาฤทธิ์  ผู้อำนวยการฝ่ายขายต่างประเทศ และคุณอัจฉรา สิหนาทกถากุล ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์ A Koria Wink white ซึ่งได้ร่วมเดินทางในแบบ Road Trip เยือน 3 ดินแดนดุจเทพนิยายและสถาปัตยกรรมท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ 0 องศา อย่าง สก็อตแลนด์, ฝรั่งเศส และอังกฤษ (สหราชอาณาจักร) พร้อมกับแชร์เรื่องราวดีๆ ผ่านบันทึกและภาพถ่ายให้หลายคนแอบอิจฉากัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของเมือง Edinburgh ประเทศสก็อตแลนด์, หอ Eifel แห่งมหานคร Paris ฝรั่งเศส  หรือเมือง Bath แห่งอาณาจักรโรมัน และหอ BigBen เลื่องชื่อของอังกฤษ เรื่องราวความประทับใจของทั้งสามสาวจะเป็นอย่างไร ลองมาฟังเรื่องเล่าจากประสบการณ์สนุกๆ ของทั้งสามได้เลย….

” หากจะบอกว่า การเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ มันคือ ความอุตสาหะฯ ผนวกความกล้าหาญ (แอบบ้าบิ่นเล็กน้อย 555) ในการเลือก วางทริปแบบ Road Trip หรือหากเป็นภาพยนตร์ ก็ดูจะเป็นหนังเรื่องยาวในสไตล์ Road Movie ที่เราพอจะคุ้นเคยแบบ Thelma & Louis แต่สำหรับพวกเรา Road trip คราวนี้มีกันไปสามคน ฉบับสามสาววัยใกล้หอ Eifel และ BigBen

แต่หากจะเล่าบรรยายความประทับใจ คงต้องเปลืองหน้ากระดาษบรรยายหลายแผ่นทีเดียว แต่หากเอาแบบฉบับกระทัดรัด ที่เรานึกถึงกันได้ทันทีก็คือ การได้อยู่ร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง มากกว่าครึ่งเดือน !!! ในดินแดนที่หนาวเย็นจับใจ ติดลบ 0 องศา และเรื่องสนุกระหว่างเราสามคนอันดับต้น ที่จำได้ก็คือ การวางโปรแกรมที่รัดกุม รอบคอบ และรัดตัวพวกเราเป็นที่สุด และคงต้องยกความดีให้กับของคุณธีรยาฯ ที่เลือกใช้ ลอนดอน เป็น Center หรือศูนย์กลาง เพื่อแบ่งทริปย่อยๆ ออก 3 เส้นทาง อันประกอบด้วย Edinberg Scotchland , Bath England และ Paris France และที่เท่ห์เจือสมบุกสมบันด้วยการเลือกใช้พาหนะเดินทางทุกชนิดที่มีให้บริการ ตั้งแต่ เครื่องบินไปสกอตแลนด์ , รถไฟยูโรสตาร์ลอดใต้ทะเลไปฝรั่งเศสและเช่ารถมาขับจากกรุงลอนดอนไปยังเมืองบาร์ธ อาณาจักรโรมันน้อยๆ ในแผ่นดินอังกฤษ …นี่หากมีเส้นทางม้า ธีรยาฯเธอคงไม่พลาดแน่ๆ

กับเรื่องวุ่นๆที่มีตลอดการเดินทางก็คือการบริหารเวลา กับการซึมซับบรรยากาศ วัฒนธรรม ที่มันช่างเป็นส่วนแตกต่างที่กลมกลืนอยู่ในเรื่องเดียวกันได้อย่างแนบเนียนจริงๆ เพราะหากจะบอกว่า กำหนดการนั้นสำคัญมาก ก็ดูเหมือนพวกเราก็ต้องจำนน กับ แผนงานที่วางไว้แต่ต้น จากเมืองไทย แต่ด้วยมิติยามได้สัมผัส ยลความงามของสถานที่ อาหารและผู้คน มันช่างเย้ายวน คอยฉุด รั้งให้เราเคลื่อนที่ ช้าลงๆ อีกนิด และ อีกนิดนะ ในทุกๆที่ และทุกๆวัน ตลอดทริปก็ว่าได้ตะลุยเมือง Edinburgh ประเทศสกอตแลนด์

1. สก็อตแลนด์ Edinburgh

ดินแดนดุจเทพนิยาย ด้วยสถาปัตยกรรม ของปราสาทที่ตั้ง ณ ปลายปล่องภูเขาไฟ ซึ่งช่วยทำให้เกิดความโดดเด่น ตระหง่าน ยิ่งใหญ่ เปี่ยมพลัง ที่เราไม่สามารถพบเห็นได้ จากที่อื่นๆ ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวขจีกับผู้คนเปี่ยมมิตรภาพ ถึงขนาดบอกเตือนให้พวกเรา ระมัดระวังกระเป๋าที่สะพายอยู่ให้ดี( อ้าว!ตกลงนี่ มีอันตรายนี่นา 555 ) แต่ในบางมุมสวย ก็ยังมีคนท้องถิ่น ที่มีน้ำใจ มาช่วยถ่ายรูปให้พวกเราได้โพสท์ท่าสวยๆ พร้อมกันสามคนอีกด้วย แต่ยามนี้การได้ดื่มด่ำอาหารทะเลมื้อพิเศษ ปลาแซลมอน หอยนางรมและหอยแมงภู่ดูจะเป็นความสุขที่สัมผัสได้ในทันที ท่ามกลางดินแดนที่ขึ้นชื่อว่า วิสกี้เลิศหรูและดีที่สุด แต่ด้วยสามสาว ขอเลือกใช้บริการ ไวน์ขาวเป็นธงนำ เพื่อความลงตัวกับ เมนคอร์สก่อนค่ะ…

2. เมือง Bath

อาณาจักรโรมันน้อยๆในแผ่นดินอังกฤษ ฟังจากชื่อเมืองก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากว่าจุดเด่นของเมืองบาร์ธก็คือ บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ และเราไม่ยอมพลาดกับการแช่ตัวร่วมกัน กับบ่อน้ำร้อนร่วมสาบาน…555 กับภูมิอากาศติดลบ ทำให้การได้แช่ตัวในบ่อน้ำร้อนแห่งเมือง บาร์ธ ดูมีความหมายยิ่งนัก

3. มหานคร Paris

เมืองต้องมนต์เสน่ห์ให้สาวๆทั่วโลกได้ฝันถึงว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตจะขอมาช้อปปิ้งให้ได้ แต่สำหรับพวกเราก็ไม่ยอมพลาดเช่นกัน แม้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่เราก็อดตื่นเต้นไม่ได้ในทุกครั้งที่มาเยี่ยมเยือน ถนนสายแฟชั่นแห่งนี้ ชองเอเลเซ่ย์ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมอันดับหนึ่งของโลก นอกจากผู้คนที่หลากหลาย เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อมา Shopping แล้ว สิ่งหนึ่งที่ดูเป็นสีสันของกรุงปารีส ก็คือ การได้จิบกาแฟจากร้านริมข้างทางเดิน มองดูผู้คนเดินผ่านไปมา ร่วมทั้งความสนุกสนานในการได้แต่งตัว กับเมืองที่ผู้คนล้วนจัดเต็มกับการแต่งองค์ทรงเครื่องตลอดสองข้างทาง นั่นจึงทำให้เราทั้งสาม ได้จัดเต็มกับเสื้อผ้าที่ขนไปและจัดหาซื้อใหม่…ที่นี่ สนุกกับการออกไปท่องราตรีมื้อค่ำพร้อมไวน์ชั้นเลิศ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่…

Eifel หอสูง กับทุกครั้งที่ได้มาเยือนมหานครแห่งนี้ พวกเราเป็นต้องมาแวะเวียน และในแต่ละครั้ง ความรู้สึกจะเปลี่ยนไป อาจเป็นด้วยชีวิตที่เติบโตพัฒนากับประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นพร้อมวัยฯ จึงทำให้ความหมาย ที่มองมหานครแห่งนี้มันหลากมิติต่างออกไปนั่นเอง หากจะเปรียบว่า หอ Eifel คือหอคอยที่เคยได้ชื่อว่าสูงสุด ณ ช่วงเวลาหนึ่ง แต่กับช่วงปัจจบัน ความสูงระดับนี้…คงดูเล็กน้อย หากเปรียบกับสถาปัตยกรรม ณ โลกยุคปัจจุบัน…

ดังคำที่เรามักจะได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่า เป็นที่หนึ่งนั้นยาก แต่รักษา ความเป็นที่หนึ่งนั้นยากกว่า แต่สำหรับพวกทั้งสามคน การเป็นหนึ่งเดียวอันมีเอกลักษณ์ของแต่ละคน กลับช่างดูมีค่ากว่าสิ่งใดๆ ด้วยมิตรภาพ เสียงหัวเราะ และสิ่งดีๆที่ทำให้กัน ทั้งที่เมืองไทยและตลอดการเดินทางทริปนี้ของพวกเรา ประดุจ หอ Eifel แห่งนี้ ที่มีเพียงหนึ่งเดียวและตลอดไป…ด้วยเพราะเราคือ สามสาวในวัยใกล้หอไอเฟลนั่นเอง… “ 


ย้อนกลับ